top of page
โครงการ “บ้านพิงพัก” โดยศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม
Asset 11-8.png
freepik__-dww-__71588.png
Group 3.png

นพ.กฤษณ์ จาฏามระ

ผู้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม

และผู้ก่อตั้งมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

“บ้านพิงพัก” เป็นอีกหนึ่งโครงการของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดย นพ.กฤษณ์ จาฏามระผู้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมและมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ โครงการดังกล่าวมีบทบาทสำคัญมากกว่าการเป็นสถานดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย (Hospice Centre) แต่ยังประกอบด้วยบ้านพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยที่กำลังทำการรักษา (Convalescence Centre) ศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม (Breast Cancer Care Centre) ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรม (Learning & Training Centre) ศูนย์วิจัยและวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม (Diagnostic Centre) ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ

ที่เกิดขึ้น ณ บ้านพิงพักจะเป็นประโยชน์กับผู้หญิงไทยทุกคน

Tree-Lined Park Path
villal.png

โครงการบ้านพิงพัก ก่อตั้งขึ้นบนที่ดิน 121 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินที่ได้บริจาคให้ นพ.กฤษณ์ จาฏามระ

โดยผ่านช่องทางมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติเพื่อรำลึกถึงคุณ Tangdum Swangphon ในปี พ.ศ. 2551 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายที่ขาดโอกาส

และไร้ที่พึ่ง  ซึ่งผู้ป่วยดังกล่าวต้องการการพักฟื้นหลังการทำหัตถการในการรักษาและฟื้นฟูร่างกาย หรือเป็นสถานที่พักระหว่างการเข้ารับการรักษาที่ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม

รวมถึงผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคอง โครงการนี้มุ่งหวังที่จะเป็น

สถานพักพิงที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ โดยมีทีมทำงานผู้เชี่ยวชาญจากสหสาขาวิชาชีพ คอยให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจากทั่วประเทศจะได้รับการคัดเลือก

จากคณะกรรมการคัดกรองพิเศษ โดยจะเน้นเฉพาะผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดเท่านั้น

โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆและจะมีการคัดกรองเบื้องต้นจากสภากาชาดไทยทั่วประเทศ

plll.png

โครงการเฟสแรกของบ้านพิงพักได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยรองรับผู้ป่วยระยะพักฟื้น

จำนวน 16 ราย และผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายอีก 16 ราย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ ห้องยา ห้องตรวจทางการแพทย์ และที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่ โดยในเฟสถัดไปเรา มีแผนจัดตั้ง

ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งจะให้บริการด้านการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

อาชีวบำบัด และกายภาพบำบัด พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะและกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วย

ที่มีรายได้น้อยสามารถนำกลับไปหาเลี้ยงชีพและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพหลังจากสิ้นสุดการรักษา ทั้งนี้ เรายังเป็นสถาบันแห่งแรกในประเทศไทยที่มีหลักสูตรฝึกอบรมพยาบาลอย่างเป็นทางการด้านการพักฟื้น การดูแลแบบประคับประคอง และการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และเพื่อนำบุคลากรดังกล่าวไปดูแลผู้ป่วย ณ บ้านพิงพัก

 

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี เรามุ่งมั่นดูแลผู้ป่วยที่ขาดโอกาสและไร้ที่พี่งในชุมชนแออัดของกรุงเทพมหานคร และจากประสบการณ์ตรงในการปฏิบัติภารกิจทำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน

ของการมีสถานพยาบาลที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ เพื่อใช้เป็นที่พักฟื้นสำหรับผู้ป่วยหลังการรักษา เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ ด้วยสภาพความเป็นอยู่ในชุมชน

ที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ต้องพักในเตียงผู้ป่วยหนักเป็นเวลานาน ซึ่งเตียงดังกล่าวมีความจำเป็นต้องเวียนใช้กับผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดรายใหม่ต่อไป
 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายหลายรายยังไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เพราะหากกลับบ้านก็จะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดูแล และอาจจบชีวิตลงอย่างทุกข์ทรมาน

ดังนั้น โครงการบ้านพิงพักจึงถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นทั้งสถานพักฟื้น ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ

ผู้ป่วยมะเร็ง และสถานดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย รองรับผู้ป่วยจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะ

ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายสภากาชาดไทยทั่วประเทศ และการคัดกรองผู้ป่วยโดยคณะกรรมการทางการแพทย์ของมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

ทำให้มั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจะส่งถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง

q1.png

ก่อนที่ทางศูนย์สิรกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม จะริเริ่มโครงการลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมแก่ผู้หญิงที่ขาดโอกาสที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด สิ่งเดียวที่เราพอจะช่วยพวกเขาได้ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คือเหล้ารัมเพียงแค่ขวดเดียว เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่พวกเธอต้องเผชิญ

q1.png

ซิสเตอร์โจน อีแวนส์ ผู้ทำงานร่วมกับศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม มายาวนานในชุมชนแออัดที่ยากจนที่สุด ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความจำเป็นเร่งด่วนของการมีสถานพยาบาลที่เหมาะสมอย่างบ้านพิงพัก

view-1-small.jpg

มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ เป็นช่องทางในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ

ของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม หมายรวม “โครงการบ้านพิงพัก” ซึ่งเป็นที่พักพิงสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย โครงการนี้ได้รับความร่วมมืออันดียิ่งจากภาคเอกชนชั้นนำ

โดย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ได้เข้ามาบริหารจัดการโครงการทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (Pro Bono) บริษัท PLandscape (PLA) ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ได้อาสาออกแบบภูมิทัศน์ทั้งหมด และผลงานการออกแบบ

“บ้านพิงพัก” ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “Outstanding Award” ในหมวด Social and Community Health จากสมาพันธ์ภูมิสถาปนิกนานาชาติ (IFLA) ประจำปี พ.ศ. 2561 แม้ว่าเงินทุนสำหรับการดำเนินงานใน 3 ปีแรกจะได้รับการระดมทุนครบถ้วนแล้ว โครงการยังคงต้องการ การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อการบำรุงรักษาและดำเนินงานในระยะยาว

 

“ในฐานะภูมิสถาปนิก เรามองว่าบทบาทในโครงการ ‘บ้านพิงพัก’ ไม่เพียงเป็นเกียรติอย่างสูงในการทำงาน แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในพลังของภูมิทัศน์ในฐานะ ‘ธรรมชาติบำบัด’

(Nature as a Healer) ที่ช่วยเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ เราจึงได้เนรมิตพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของโครงการ

ให้เป็นสวนภูมิทัศน์ และจะขยายเพิ่มเติมด้วยฟาร์มออร์แกนิกและสวนผลไม้ในระยะที่สอง ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมอันเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีและความเกื้อกูล ตั้งแต่การบริจาคต้นไม้จากบุคคลทั่วไปผ่านทางเว็บไซต์ ไปจนถึงการสนับสนุนด้านวัสดุและอุปกรณ์จากผู้รับเหมาในราคาต้นทุนหรือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โครงการบ้านพิงพักจึงเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงของพลังแห่งความร่วมมือและจิตวิญญาณของชุมชนอย่างแท้จริง”

perspective_7.jpg
โครงการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
Asset 11-8.png

โครงการบ้านพิงพัก สร้างขึ้นบนที่ดินบริจาคขนาด 50 เอเคอร์ (ประมาณ 121 ไร่)

โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของระบบนิเวศ

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โครงการได้วางรากฐานการป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ด้วยการปรับภูมิทัศน์และสร้างคันดินล้อมรอบพื้นที่ทั้งหมด ในภาพแสดงให้เห็นสระเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง ที่ขุดขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งสำรองน้ำฝนสำหรับดูแลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวภายในโครงการอย่างยั่งยืน ที่สำคัญคือโครงสร้างพื้นฐาน อาคาร และการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้จากเงินบริจาคจาก

ผู้มีจิตศรัทธาทั้งสิ้น

bottom of page