top of page

21 ปี ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมกับเส้นทางการทำงาน

11 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

21 ปี ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมกับเส้นทางการทำงาน ตามพระราชปณิธานของพระพันปีหลวงฯ เพื่อให้ศูนย์ฯ แห่งนี้ เป็นที่พึ่งของผู้หญิง


ครั้งเมื่อ นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เดินทางกลับจากประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะเริ่มก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ท่านเป็นผู้เริ่มการรักษามะเร็งเต้านมแบบผ่าตัดสงวนเต้านมแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2534


เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ขณะเดียวกันท่านได้ริเริ่มโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ขาดโอกาสในพื้นที่ชุมชนแออัด จึงเกิดโครงการ “Slum Project” ในช่วงปี พ.ศ. 2543


เพื่อให้โอกาสผู้หญิงเหล่านั้นได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกอย่างเท่าเทียม จากนั้น นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ได้มีโอกาสตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อการทรงงาน ณ จ. สกลนคร


ในช่วงปี พ.ศ. 2544 และได้ทูลเสนอแนวคิดการก่อตั้งศูนย์มะเร็งเต้านมที่ดีที่สุดเทียบเท่าต่างประเทศ ท่านได้มีพระราชดำรัสตอบกลับว่า “แนวคิดนี้ดีนะหมอ ฉันอยากให้ศูนย์ฯ นี้ เป็นพึ่งของผู้หญิง” จากนั้นท่านได้พระราชทานเงินก้นถุง เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท และจัดแฟชั่นโชว์การกุศล โดยเป็นองค์ประธานด้วยพระองค์เองและได้พระราชทานเงินจากการจัดงานดังกล่าวเป็นจำนวนเงินกว่า 40 ล้านบาท พร้อมพระราชทานชื่อและตราสัญลักษณ์ของพระองค์ จึงเป็นศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน


จากนั้นท่านได้เสด็จพระราชดำเนินมาพร้อมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานเปิดศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2548 และในปีเดียวกันทางศูนย์ฯ ได้เริ่มโครงการประชุมวิชาการและสัมมนาระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ให้บุคลากรทางการแพทย์ในระบบสาธารณสุขไทย จากนั้นท่านได้ทรงรับมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ให้อยู่ภายใต้ราชินูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2550 เพื่อเป็นหนึ่งในช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม


จากนั้นในช่วงปี พ.ศ. 2552 ทางศูนย์ ฯ ได้นำเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอล (Digital Mammography) มาใช้กับผู้ป่วยในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมเป็นเครื่องแรกของโลก และในปีเดียวกันได้ใช้เทคนิคฉายแสงมะเร็งเต้านมในห้องผ่าตัด (Intraoperative Radiation: IORT) ซึ่งเป็นเครื่องแรกในภูมิภาคเอเชีย


และในปี พ.ศ. 2553 เกิดโครงการสร้างความตระหนักรู้และใส่ใจสุขภาพเต้านม (Breast Cancer Awareness Campaign) โดยได้รับความร่วมมือจากบุคคลสำคัญในหลากหลายวงการมาเป็นฑูต เพื่อการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้เรื่องมะเร็งเต้านม ผ่านบทความความรู้


จากนั้นในปี พ.ศ. 2554 ทางศูนย์ฯได้นำเครื่องตรวจเฉพาะเต้านม ด้วยสนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ (Magnetic Resonance Imaging: MRI) เป็น Dedicated Breast MRI มาใช้ในการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม เครื่องแรกและเครื่องเดียวในประเทศไทย และจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในชุมชนแออัด กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายที่ขาดโอกาส


ในปี พ.ศ. 2558 ทางศูนย์ฯ จึงริเริ่มโครงการบ้านพิงพัก (Pink Park Village Project) ซึ่งเป็น Hospice Centre แห่งแรกของประเทศไทย โดยมีต้นแบบมาจากประเทศอังกฤษ เป็นสถานที่ที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย


ในปี พ.ศ. 2559 ทางศูนย์ฯ ได้เปิดตัวเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เต้านม 3 มิติ เครื่องแรกของโลก CT Mammography เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม และนำเครื่อง Scalp Cooling ซึ่งเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกในเอเซีย ด้วยเทคโนโลยีหมวกเย็นที่ใช้ระหว่างการทำเคมีบำบัด (คีโม) เพื่อช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมและส่งเสริมการงอกใหม่ของเส้นผมให้แข็งแรง (Healthy Hair Regrowth)


ในปี พ.ศ. 2561 ทางศูนย์ฯ ได้นำเครื่องเอกซเรย์เต้านมแบบ 3 มิติ (Tomosynthesis) เครื่องแรกในประเทศไทย มาใช้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมของทางศูนย์ฯ


ต่อมาในปี พ.ศ. 2564 เริ่มโครงการภูมิคุ้มกันบำบัดระดับเซลล์ (Cellular Immunotherapy) เพื่อรักษามะเร็งเต้านม โดยได้รับการนำเสนอในการประชุม St Gallen International Breast Cancer Conference และไม่เพียงความช่วยเหลือกับผู้หญิงไทยที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมเท่านั้น


ในปี พ.ศ. 2565 ทางศูนย์ฯ ยังริเริ่มโครงการอบรมบุคลากรทางการแพทย์ เฉพาะทางระดับสูง เพื่อการเตรียมความพร้อมในการเปิดศูนย์มะเร็งเต้านม ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา


สำหรับปี พ.ศ. 2568 ศูนย์ฯ ได้สนับสนุนเครื่องมือแพทย์ อาทิ เครื่องแมมโมแกรม 3 มิติ และเครื่องอัลตราซาวนด์ เพื่อใช้ในการเปิดศูนย์มะเร็งเต้านม ณ ราชอาณาจักรภูฏาน นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน ยังมีการวิเคราะห์ทรานสคริปโตมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยวเชิงพื้นที่ (Spatial Single-Cell Transcriptomics) ด้วยเทคโนโลยี Xenium ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้วิเคราะห์และระบุพฤติกรรมของยีนในระดับเซลล์ พร้อมแสดงให้เห็นลักษณะเฉพาะของเซลล์และสภาพแวดล้อมโดยรอบของเซลล์ สำเร็จแห่งแรกในประเทศไทย


และล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ถือเป็นสถาบันทางการแพทย์เพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้เข้าร่วมในโครงการวิจัยทางคลินิกครั้งประวัติศาสตร์ระดับโลก “OPTIMA Trial” ได้รับการนำเสนอในการประชุมวิชาการ ASCO 2026 (American Society of Clinical Oncology) ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม หรือ จีโนม (Genomic Testing) ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่มที่มีผลตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมต่ำ (Low Score) และให้ยา Anti-Hormone ได้ ไม่ต้องรับเคมีบำบัด (คีโม) อีกต่อไป ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระดับนานาชาติ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page